แม้ว่า Apple จะเปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone 12 มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม แต่ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รอบล่าสุด (รอบ iPad Pro รุ่นใหม่) ทาง Apple ก็ยังมีการเพิ่มสีมาเป็นตัวเลือกเพื่อกระตุ้นยอดขายอีก นั่นคือตัวเครื่องรุ่นสีม่วงที่มีมาให้ทั้งในรุ่นปกติและรุ่น mini ซึ่งทางเราก็ได้รับมารีวิวด้วยเช่นกันครับ โดยในรีวิวนี้จะเป็นการพูดในแง่ของความรู้สึกหลังจากที่ใช้งานเป็นเครื่องหลักมา 1 เดือนเต็ม เทียบกับเครื่องปัจจุบันที่ผมใช้อยู่คือ iPhone 11
ส่วนใครที่กำลังคิดอยากจะเปลี่ยนมาใช้ iPhone 12 อยู่ ก็สามารถเก็บข้อมูลในการตัดสินใจจากในรีวิวนี้ก็ได้เช่นกันครับ เพราะพื้นฐานของเครื่องนั้นก็เท่ากับรุ่นเดียวกันที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้เลย ต่างกันแค่สีของฝาหลัง และขอบเครื่องเท่านั้นเอง
สเปค iPhone 12
ชิปประมวลผล Apple A14 Bionic
แรม 4 GB
พื้นที่เก็บข้อมูลมีให้เลือกทั้ง 64, 128 และ 256 GB
หน้าจอ OLED Super Retina XDR ขนาด 6.1″ ความละเอียด 2532×1170
รองรับการแสดงผล HDR ขอบเขตสี DCI-P3 รองรับ True Tone
กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
กล้องหลัง 2 ตัว
กล้องหลัก 12MP f/1.6 ซูมออปติคอล 2 เท่า ซูมดิจิตอล 5 เท่า
กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP f/2.4 รองรับโหมดกลางคืนเหมือนกล้องหลัก
ถ่ายวิดีโอ HDR (Dolby Vision) ได้ 30fps
ระบบกันสั่นดีขึ้น
กล้องหน้า TrueDepth 12MP f/2.2
Face ID ด้วยชุดกล้องหน้า
รองรับ 5G (ย่านความถี่ n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n25, n28, n38, n40, n41, n66, n77, n78, n79)
รุ่นที่ขายในไทยจะรองรับ 5G เฉพาะแบบ sub-6 เท่านั้น
ใช้งานได้ 2 ซิม (ซิมการ์ด+eSIM)
Wi-Fi 6 (802.11ax) แบบ MIMO 2×2
Bluetooth 5.0
มีชิป U1 ใช้งานกับ AirTag ได้เต็ม 100%
แบตเตอรี่ 2815 mAh
พอร์ตชาร์จแบบ Lightning รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 20W
รองรับการชาร์จไร้สายแบบ Qi สูงสุด 7.5W และแบบ MagSafe สูงสุด 15W
น้ำหนัก 162 กรัม
ราคา iPhone 12 (อิงจากหน้าเว็บ Apple ไทย)
64GB ราคา 29,900 บาท
128GB ราคา 31,900 บาท
256GB ราคา 35,900 บาท
สเปคของเครื่องนั้น จัดว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเลยเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน แรม 4 GB นั้นเพียงพอสำหรับการใช้งาน iOS อยู่แล้ว หน้าจอก็ใช้เป็นแบบ OLED Super Retina XDR ที่ได้ประโยชน์ในเรื่องของการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าพาเนล IPS เข้ามา จะมีที่น่าคิดหน่อยก็คือความจุแบตเตอรี่ที่ยังคงไม่ถึง 3,000 mAh ซึ่งเทียบแล้วยังจัดว่าน้อยกว่า iPhone 11 เสียอีก แถม 5G เองในตอนนี้ก็ยังใช้แบตที่ค่อนข้างเยอะอยู่ด้วย จึงน่าสนใจว่าจะสามารถใช้งานได้จนหมดวันหรือเปล่า ถ้าใช้งาน 5G แบบเต็มสตรีม
